วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องย่อ สังข์ทอง



เรื่องย่อ สังข์ทอง
(ละครประจำปี วนศ.เชียงใหม่ ปี ๒๕๕๖)

ณ เมืองยศวิมลนคร อันมีท้าวยศวิมลเป็นเจ้าเมือง พระมเหสีจันเทวีได้คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์ จึงถูกพระนางจันทา มเหสีรอง ใส่ร้ายว่าเป็นกาลีบ้านเมือง จนถูกขับออกจากเมืองไปอยู่กระท่อมตายายที่ชายป่า จนกระทั่งพระสังข์ที่ซ่อนอยู่ในหอย ได้ออกมาพบแม่ สร้างความยินดีกับพระนางจันเทวีมาก
          ข่าวล่วงรู้ไปถึงนางจันทา จึงได้ส่งคนมาจับพระสังข์ไปถ่วงน้ำ แต่ท้าวภุชงค์พญานาคราชช่วยเอาไว้ และส่งให้ไปอยู่กับนางพันธุรัต พระสังข์รู้ว่านางพันธุรัตเป็นยักษ์จึงขโมยรูปเงาะ ไม้เท้า เกือกแก้ว เหาะหนีมาอยู่บนเขา นางพันธุรัตตามมาทันแต่ ไม่สามารถขึ้นไปหาพระสังข์ได้ จึงได้มอบมนต์มหาจินดา เรียกเนื้อเรียกปลาให้แก่พระสังข์ก่อนที่จะอกแตกสิ้นใจตายที่เชิงเขานั่นเอง
          พระสังข์เหาะมาจนถึงเมืองสามล ท้าวสามลและนางมณฑากำลังจัดพิธีเลือกคู่ให้ธิดาทั้งเจ็ด แต่รจนาพระธิดาองค์สุดท้อง ไม่ยอมเลือกใครเป็นคู่ ท้าวสามลจึงให้คนไปตามเจ้าเงาะมาให้เลือก รจนาเห็นรูปทองที่ซ่อนอยู่ในรูปเงาะจึงเสี่ยงมาลัยไปให้ สร้างความพิโรธให้ท้าวสามลจึงขับไล่รจนาให้ไปอยู่กระท่อมปลายนากับเจ้าเงาะ
          ท้าวสามลหาทางแกล้งเจ้าเงาะ โดยการให้ไปหาเนื้อหาปลาแข่งกับเขยทั้งหก เจ้าเงาะใช้มนต์ที่นางพันธุรัตให้ไว้เรียกเนื้อเรียกปลามารวมกันทำให้หกเขยหาปลาไม่ได้ จึงต้องยอมตัดปลายหูและปลายจมูกแลกกับเนื้อและปลา
          ท้าวสามลพิโรธมากจนถึงกับคิดหาทางประหารเจ้าเงาะ ร้อนถึงพระอินทร์ต้องหาทางช่วยโดยการลงมาท้าตีคลีชิงเมืองกับท้าวสามล ท้าวสามลส่งหกเขยไปสู้ก็สู้ไม่ได้ จึงส่งนางมณฑามเหสีไปขอให้เจ้าเงาะไปสู้แทน (ละครนอกสังข์ทอง ตอน มณฑาลงกระท่อม) เจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์และสู้กับพระอินทร์จนชนะ ท้าวสามลจึงยอมรับพระสังข์กลับเข้าเมืองและจัดพิธีอภิเษกให้
         พระอินทร์ไปเข้าฝันท้าวยศวิมล เพื่อบอกเรื่องราวทั้งหมด ท้าวยศวิมลจึงออกตามหาพระนางจันเทวีจนพบ และได้เดินทางไปเมืองสามลนครเพื่อพบพระสังข์ โดยพระนางจันเทวีได้ปลอมเป็นแม่ครัวในวังและได้แกะสลักเรื่องราวทั้งหมดบนชิ้นฟักให้พระสังข์เสวย ทำให้พระสังข์รู้ว่าแม่ครัวคือพระมารดานั่นเอง พระสังข์และรจนาจึงได้เสด็จตามท้าวยศวิมลและพระนางจันเทวีกลับไปครองเมืองยศวิมลสืบไป

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องย่อชาดกล้านนา บัวระวงส์หงส์อามาต



เนื้อเรื่องย่อ
บัวระวงส์หงส์อามาต
(หนึ่งในวรรณกรรมชาดกนอกนิบาตของล้านนา จากจำนวน ๑๙๓  เรื่อง)

          มีเมืองหนึ่งชื่อนครจำปา มีกษัตริย์ชื่อพญากาไลย  มีมเหสีสองคน ชื่อ นางจันทากับนางกาไวย นางจันทามีโอรส ชื่อ เจ้าชายสุริยา และเจ้าชายบัวระวงส์หงส์อามาต ซึ่งคือพระโพธิสัตว์จุติลงมาถือกำเนิด ส่วนนางกาไวยมีโอรสชื่อ ไชยทัต เมื่อโตขึ้นพญาเจ้าเมืองคิดจะมอบราชสมบัติให้แก่โอรสของนางจันทา ทำให้นางกาไวยอิจฉา  จึงออกอุบายเชิญโอรสทั้งสองไปยังปราสาทของนาง  และใส่ร้ายโอรสทั้งสองว่าจะ    ปลุกปล้ำกระทำมิดีมิร้ายแก่นาง พญาเจ้าเมืองจึงสั่งประหารชีวิตโอรสทั้งสอง แต่นางจันทาพระมารดาได้ ติดสินบนเพชฌฆาตไม่ให้ประหารลูกของนาง   และแอบขโมยแก้ววิเศษคู่เมืองมอบให้เจ้าบัวระวงส์นำติดตัวไปด้วย
           เจ้าชายสุริยาและเจ้าชายบัวระวงส์ เดินทางมาถึงเมืองปัญจราซึ่งกำลังว่างเจ้าเมือง เสนาอำมาตย์จึงทำพิธีเสี่ยงทายหาคู่ให้กับนางปทุมมาราชธิดา ม้าเสี่ยงทายได้มาหยุดยังศาลาที่เจ้าชายสุริยา และเจ้าชายบัวระวงส์นอนหลับอยู่  แต่ด้วยเวรกรรมแต่ชาติปางก่อนเทวดาได้เนรมิตกำบังไม่ให้ อำมาตย์มองเห็นเจ้าชายบัวระวงส์ อำมาตย์จึงรับแต่เจ้าชายสุริยาเข้าเมืองไป และจัดงานอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงประทุมมา โดยรับปากว่าจะช่วยกันตามหาเจ้าชายบัวระวงส์  และวาดภาพเรื่องราวแต่หนหลังไว้ที่ศาลาริมทาง หากชายหนุ่มคนใดอ่านแล้วนั่งร้องไห้ ให้รีบมาทูลเจ้าชายสุริยา  
          ฝ่ายเจ้าชายบัวระวงส์หงส์อามาต หลังจากพลัดพรากกับพระเชษฐา ได้หลงเดินทางไปถึงเมืองพาราณสี และได้พักอยู่กับสองตายายคนรับใช้ของเศรษฐี แต่ก็ถูกเศรษฐีกล่าวหาว่าขโมยแก้ววิเศษและ   ริบแก้ววิเศษไป  เศรษฐีจับเจ้าชายบัวระวงส์ขังไว้ แต่นางฆารวีธิดาเศรษฐีเกิดความสงสารจึงช่วยเหลือ จนเจ้าชายบัวระวงส์ได้นางเป็นชายา โดยปิดบังเศรษฐีไม่ให้รู้  อยู่ต่อมาเศรษฐีเริ่มเดือดร้อน ทำมาค้าขายไม่คล่อง ทรัพย์สินเงินทองร่อยหรอ จึงคิดว่าเป็นเพราะแก้วที่ช่วงชิงมา จึงคิดนำแก้วไปขายยังเมือง             สุวัณพรหมา โดยพานางฆารวีและนักโทษคือเจ้าชายบัวระวงส์หงส์อามาตไปด้วย เมื่อมาถึงนั้นเมือง         สุวัณพรหมากำลังเกิดความเดือดร้อน เพราะมียักษ์ตนหนึ่งได้จับผู้คนกินทุกวัน เศรษฐีมอบเจ้าชายบัวระวงส์แก่พญาเจ้าเมืองเพื่อไปเป็นเหยื่อของยักษ์ เจ้าชายขอแก้ววิเศษคืนจากเศรษฐี  และสามารถฆ่ายักษ์ได้  พญาเจ้าเมืองจึงยกนางปทุมมาให้เป็นชายาแก่เจ้าชายบัวระวงส์
          ต่อมาเจ้าชายบัวระวงส์คิดถึงพี่ชาย  จึงออกติดตามหาโดยนางฆารวีขอเดินทางไปด้วย ระหว่างเดินทางไปกลางแม่น้ำ ทั้งคู่ถูกพายุพัดจนแยกจากกัน เจ้าชายบัวระวงส์ไปขึ้นฝั่งที่เมืองปัญจรา ครั้นเห็นภาพวาดของตนกับพี่ชายที่ศาลาพักหน้าเมืองก็ร้องไห้  ทหารรีบไปทูลเจ้าสุริยา พี่น้องทั้งคู่จึงพบกัน       สมความตั้งใจ   เจ้าชายบัวระวงส์ได้สร้างศาลาพร้อมกับวาดรูปเรื่องราวของตนกับนางฆารวีไว้  สั่งความว่าหากมีผู้หญิงอ่านเรื่องราวแล้วร้องไห้ ให้รีบมากราบทูลโดยเร็ว  ฝ่ายนางฆารวีหลังจากขึ้นฝั่งแล้วได้ไปอาศัยอยู่กับสองสามีที่มีอาชีพเป็นคนจับปลา หลังจากนางคลอดลูกแล้ว จึงออกตามหาพระสวามี จนกระทั่งมาเห็นเรื่องราวของตนในศาลาเมืองปัญจราก็ร้องไห้ ทหารรีบไปกราบทูลเจ้าบัวระวงส์  ในที่สุดทั้งคู่ก็พบกัน
ต่อมาเจ้าชายสุริยาและเจ้าชายบัวระวงส์ได้พากันเดินทางกลับไปยังเมืองจำปา ระหว่างทางที่มาถึงเมืองพาราณสี พญาเจ้าเมืองได้ยกนางพิมพาให้เป็นชายาของบัวระวงส์หงส์อามาตอีกผู้หนึ่ง ครั้นมาถึงเมืองจำปาแล้ว นางกาไวยได้ยุยงพญาเจ้าเมืองมิให้รับโอรสทั้งสองเข้าเมือง พร้อมกับให้เจ้าชายไชยทัตและ  นันทเสนาผู้เป็นพ่อ พาทหารออกมาต่อสู้ แต่ในที่สุดนางกาไวย เจ้าชายไชยทัตและนันทเสนาก็ถูกแผ่นดินสูบลงไปเมืองนรก (เหมือนท้าวเทวทัตผู้คอยกลั่นแกล้งพระพุทธเจ้า)  พญากาไลยได้ยกเมืองจำปาให้      เจ้า  ชายบัวระวงส์หงส์อามาต และชายาทั้ง ๓ องค์ขึ้นครองราชย์ ปกครองไพร่ฟ้าประชาชนอย่างมีความสุข ส่วนเจ้าชายสุริยาเสด็จกลับคืนไปครองเมืองปัญจราเช่นเดิม.

วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปะถะมะลายเจิง (เพื่อสุขภาพ)




วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม
ท่าปะถะมะลายเจิงเพื่อสุขภาพ (ของพ่อครู กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2535)

ท่าเริ่ม
ไหว้
5
ท่าอบอุ่นร่างกาย 1
ตบบะผาบ (ไม่หมุนตัว)
18
ท่าอบอุ่นร่างกาย 2
เกี้ยวเกล้า (อยู่กับที่)
20
ท่าอบอุ่นร่างกาย 3
บิดบัวบาน (เดิน)
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 1
ตบขะหนาบ (อยู่กับที่)
20
ท่าหลัก 2
เกี้ยวเกล้าลายทาง (เดิน)
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 3
เสือลากหางเหลียวเหล่า (เดิน) 
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 4
แม่ฮ้อยคำเล่าตี๋ไป
10
(ท่าเชื่อม)
บิดบัวบาน (เดิน)
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 5
แม่หมอบไหวหลบหลีก
20
ท่าหลัก 6
ก๋าตากปีกบินบน (เดิน)  
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 7
บ่ผาบมนลายถี่ (หมุนรอบตัว)
8
(ท่าเชื่อม)
ก๋าตากปีกบินบน (เดิน)   
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 8
จ๊องนางกี้เวียนวน   
10
ท่าหลัก 9
เสือหมอบยนใส่เญื่อ
2
ท่าหลัก 10
บ่ก่ำเครือยุ่มผุก
2
(ท่าเชื่อม)
บิดบัวบาน (เดิน)
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 11
บ่ผาบตุ๊บเหลียวหลัง
6
ท่าหลัก 12
เกิ้ดเกิ้งกั๋นฟ้าผ่า (เดิน)  
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 13
วิ้ดวิ่งล่าเลยไป (เกี้ยวเกล้า) (เดิน) 
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าหลัก 14
สาวไหมลายงามซึบซาบ
20
ท่าหลัก 15
ตบบะผาบจ๊างต้อดงวง (หมุนตัว)
18
ท่าเตรียมจบ 1
เกี้ยวเกล้า (เดิน)
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าเตรียมจบ 2
บิดบัวบาน (เดิน)
เดินไปซ้าย 10, กลับ 10
ท่าจบ
ไหว้
5
ปรับประยุกต์โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมภพ เพ็ญจันทร์
วิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ 30 สิงหาคม 2556